เที่ยวเขมร กับ 13 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวกัมพูชา

กัมพูชา (Cambodia) ประเทศบ้านพี่เมืองน้องของไทย  อีกหนึ่งใน AEC ที่กำลังมีการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีเมืองหลวงคือกรุงพนมเปญ กัมพูชาเป็นประเทศที่มีศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนาและสถาปัตยกรรมต่างๆใกล้เคียงกับประเทศไทย ทั้งนี้กัมพูชามีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์รวมทั้งโบราณสถานที่มีความงดงามน่าประทับใจอยู่มากมายและที่พลาดไม่ได้ก็คือ นครวัด 1 ใน7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก นอกจากนั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามเช่น ทะเลสาบ เทือกเขาสูง น้าตกสวยๆ ป่าไม้ที่ยังอุดมสมบูรณ์ และเป็นประเทศที่เราสามารถเข้าไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า ก็อยู่ได้นานถึง 14 วันและที่ดี๊ดีก็คือค่าครองชีพถูก ถ้าไปเที่ยวกัมพูชาซัก 3-4 วัน อาหาร 3 มื้อ พักห้องแอร์แบบธรรมดา รับรองใช้ตังไม่เกิน4000 บาท ที่เที่ยวที่พลาดไม่ได้ของกัมพูชามีมากมาย ลองไปดูกันซัก 13 แห่งก่อนนะครับ


  1. พระบรมมหาราชวัง


1พระบรมมหาราชวัง2

ถูกสร้างขึ้น ในปี ค.ศ 1886 เพื่อใช้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์กัมพูชาและราชวงศ์ เป็นที่รับรองทูตและแขกผู้มีเกียรติจากต่างประเทศ เขตพระราชวังตอนบนมีพระที่นั่งเทวาวินิจฉัยหรือท้องพระโรงตั้งอยู่ตรงกลาง ภายในจัดแสดงวัตถุโบราณที่เป็นสมบัติประจำชาติและจัดแสดงเครื่องใช้ส่วนพระองค์ที่ถูกใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก  ผนังด้านในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ซึ่งวาดไว้อย่างวิจิตรตระการตาเป็นอย่างยิ่ง ส่วนในเขตวัดพระแก้วมรกดหรือวัดเจดีย์เงินจะเป็นที่ประดิษฐานองค์พระแก้วมรกตสมัยศตวรรษที่ 17 และพระพุทธรูปทองคำที่หล่อด้วยทองคำบริสุทธ์ประดับด้วยเพชรกว่า 1 หมื่นเม็ด ส่วนสาเหตุที่ถูกเรียกว่าวัดเจดีย์เงินก็เพราะพื้นพระอุโบสถปูด้วยแผ่นเงินแท้กว่า 5,000แผ่นคิดเป็นน้าหนักรวมกว่า 5 ตัน ปัจจุบันบริเวณเขตพระราชฐานเป็นที่ประทับของพระเจ้าบรมนาทนโรดมสีหมุนีและพระราชวงศ์ ส่วนค่าเข้าชมพระราชวังก็ 25,000 เรียลหรือประมาณ 6.25 ดอลลาร์และที่นี่ห้ามถ่ายภาพครับ


2. วิมานเอกราชหรืออนุสาวรีย์อิสรภาพ


2วิมานเอกราชหรืออนุสาวรีย์อิสรภาพ-tile เที่ยวเขมร

ตั้งอยู่ใจกลางของวงเวียน ถนนนโรดมสีหนุวิล สร้างขึ้นในปี 1958 เป็นอนุสาวรีย์ที่รำลึกถึงการได้เอกราชคืนจากฝรั่งเศส ออกแบบโดยสถาปนิกชาวกัมพูชา Vann Molyvann อนุสาวรีย์สร้างตามแบบศิลปะขอม ด้านบนสลักลวดลายดอกบัวตูมประดับด้วยหัวพญานาคโดยเลียนแบบมาจากนครวัด วิมานเอกราชแห่งนี้ยังใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งการสิ้นสุดของสงครามในกัมพูชา ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองเกี่ยวกับวันหยุดทางการเมืองเช่นวันเอกราช (7 มกราคม) และ วันรัฐธรรมนูญ (24 กันยายน) แนะนำให้มาชมตอนกลางคืนนะครับจะการประดับไฟสวยงามมากเลยทีเดียว


3. พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกรุงพนมเปญ


เที่ยวกัมพูชา - 3phanompenh museum2-tile

สร้างขึ้นในปี 1920 พิพิธภัณฑ์สถานแห่งนี้ออกแบบและก่อสร้างโดยใช้ศิลปะแบบผสมผสานระหว่างขอมกับฝรั่งเศส เป็นสถาปัตยกรรมที่มีความวิจิตรงดงามทั้งภายในและภายนอก สถานที่แห่งนี้นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชม เพราะเป็นแหล่งรวบรวมประวัติศาสตร์ ศิลปะและโบราณวัตถุเก่าแก่นับพันปีที่พบในกัมพูชาไว้มากมายอาทิ เทวรูปพระวิษณุเก่าแก่นับพันปี รูปแกะสลักเศียรพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรูปหล่อพระนารายณ์บรรทมสินสำริดและที่โดดเด่นก็คือเทวรูปศิลาแกะสลักขนาดใหญ่ที่งดงามราวชลอองค์เทพมาลงจากสวรรค์นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงหัตถกรรมจากไม้ งานแกะสลักหินและงานศิลปะพื้นบ้านของเขมรด้วย


4. พระบรมราชนุสาวรีย์ของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ


4 statue of late King Father Norodom Sihanouk in Phnom Penh4-tile เที่ยวเขมร

พระราชบิดาในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนโรดมสีหนุ สร้างจากทองแดง มีความสูง 27 เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ พระบาทสมเด็จพระนโรดมสีหนุเสด็จ สวรรคตเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2555 ขณะมีพระชนมายุได้ 89 พรรษา ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน พระองค์ได้รับการยกย่อง จากชาวกัมพูชาว่าเป็นพระบิดาแห่งเอกราชของกัมพูชา เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นผู้นำในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชคืนจากฝรั่งเศส โดยในวันที่ 15 ตุลาคมของทุกปี รัฐบาลกัมพูชาได้ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อชาวกัมพูชา บริเวณรอบๆพระบรมราชานุสาวรีย์เป็นลานสาธารณะที่มีทั้งวัยรุ่นและผู้สูงอายุมาออกกำลังกายคล้ายสวนลุมบ้านเรา ส่วนใหญ่จะเต้นแอโรบิกกัน แต่การเต้นของที่นี่ไม่เหมือนบ้านเรา เขาจะยืนเข้าแถว เดินซ้าย เดินขวาเป็นระเบียบพร้อมเพรียงกัน ลานแห่งนี้มีการแสดงน้ำพุเต้นระบำด้วย บรรยากาศในยามค่าคืนสวยงามโรแมนติกจึงเป็นสถานที่ที่หนุ่มสาวนิยมมานั่งพลอดรักกัน


5. ทุ่งสังหารเจืองเอ็ก ( Choeung Ek )


เที่ยวประเทศกัมพูชา 5Choeung Ek1-tile

บรรยากาศของทุ่งสังหารแห่งนี้ทั้งเงียบเหงาทั้งวังเวง เหมือนมีกลิ่นไอความเศร้าและความตายลอยอยู่ทั่วบริเวณ ทุ่งสังหารแบบนี้มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 300 แห่ง ในช่วงที่เขมรแดงปกครองประเทศ มีชาวเขมรถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปกว่า 3 ล้านคนจากประชากรทั่วประเทศราวๆ 7ล้านคนจากคำสั่งของคนคนเดียวคือ นายพอลพต เรียกว่าเขมรแดงสังหารชาวเขมรด้วยกันไปถึงครึ่งประเทศเลยทีเดียว   เข้าไปด้านในจะมีหูฟังให้หยิบเอาเลย โดยมีการบรรยายประวัติของทุ่งแห่งนี้ซึ่งชวนสลดหดหู่มาก ในอดีตจะมีรถบรรทุกนักโทษมาที่นี่วันละหลายสิบเที่ยว นักโทษเหล่านี้ส่วนใหญ่คือผู้บริสุทธิ์ที่ถูกยัดข้อหาเท็จ ชาวบ้านธรรมดาไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงและเด็ก   ทหารเขมรแดงจะหลอกนักโทษว่า กำลังจะพาไปบ้านใหม่ ที่ทุกคนจะมีข้าวกิน เพื่อหลอกให้นักโทษตายใจจะได้ไม่หลบหนีระหว่างทาง เมื่อรถบรรทุกมาถึงทุ่งสังหารแล้วนักโทษจะถูกบังคับให้ถอดเสื้อผ้าและไปคุกเข่าเรียงกันบริเวณขอบปากหลุม ทหารเขมรแดงก็จะทรมานและตีด้วยอาวุธต่างๆจนตาย  พอตายแล้วก็โยนทิ้งลงไปในหลุม ทุ่งแห่งนี้มีต้นไม้สังหารด้วย ทหารเขมรแดงจะจับเด็กๆ ฟาดเข้ากับต้นไม้ให้ตายเพื่อประหยัดกระสุน ณ ทุ่งแห่งนี้มีการเปิดเพลงปลุกใจดังก้องไปทั่วบริเวณเป็นการช่วยกลบเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของนักโทษ  สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่รำลึกถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่โหดร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ มีป้ายเตือนให้เข้าชมอย่างสงบเพื่อให้เกียรติแก่สถานที่และผู้ตาย ภายในอาคารมีการจัดแสดงหัวกระโหลกของผู้เสียชีวิตและอาวุธที่ใช้สังหารให้ชม ส่วนด้านทางออกจะมีดอกไม้และธูปวางขาย ราคาประมาณ 15 บาท เพื่อให้นักท่องเที่ยวทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต


6. เที่ยวเขมร – คุกโตลสะเล็ง


ที่เที่ยวกัมพูชา คุกโตลสะเล็ง2-tile

คุกแห่งนี้เดิมเป็นโรงเรียนที่สอนในระดับชั้นประถม แต่ถูกยึดใช้เป็นสถานที่บัญชาการและสอบปากคำนักโทษ โดยผู้บงการคือ นายพอลพต  เป็นสถานที่กักขังนักโทษผู้บริสุทธิ์ในยุคสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง ปัจจุบันนี้ได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงร่องรอยความโหดร้ายป่าเถื่อนที่เหลือจากอดีตโดยรักษาสภาพเดิมไว้ บางห้องก็ยังมีคราบเลือดหลงเหลืออยู่ มีการจัดแสดงเครื่องมือทรมานนักโทษ มีภาพซึ่งโด่งดังไปทั่วโลกคือ ภาพของนักโทษหญิงอุ้มทารกน้อยโดยมีเครื่องช๊อตไฟฟ้าตรึงอยู่ที่ศรีษะ มีภาพถ่ายของนักโทษที่ถูกประหารชีวิต ภาพนักโทษที่ถูกทรมานและหัวกะโหลกมนุษย์มากมาย คุกที่นี่แบ่งเป็นห้องเล็กๆ อีกนับร้อยห้องโดยห้องกว้าง 1 เมตรจะให้นักโทษอยู่ 4 คน นักโทษทุกคนจะถูกทรมานอย่างทารุณโหดร้ายจนถึงแก่ความตายไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงและเด็กทารก นักโทษใน ตวลสเลงส่วนใหญ่จะเป็นชนชั้นสูงและระดับปัญญาชน นอกจากนี้ก็ยังมีเชลยต่างประเทศอีกมากมาย ทั้งชาวเวียดนาม ไทย ลาว อินเดีย ปากีสถาน อังกฤษ อเมริกา แคนาดา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย

นักโทษใน ตวลสเลงส่วนใหญ่จะเป็นชนชั้นสูงและระดับปัญญาชน นอกจากนี้ก็ยังมีเชลยชาวต่างประเทศอีกมากมาย


7. โรซาน่า บรอดเวย์ เมืองเสียมเรียบ


ที่เที่ยวเขมร 7 โรซาน่า บรอดเวย์ เมืองเสียมเรียบ4-tile

คาบาเร่ย์โชว์สาวประเภทสองแห่งแรกในกัมพูชา ใช้ทุนกว่า 100 ล้านบาทในการก่อสร้างโรงละครขนาดใหญ่ 400 ที่นั่ง การแสดงในแต่ละคืนมีทั้งหมด 15 ชุด โดยมีโชว์ชุดไฮไลท์ก็คือ ระบำนางอัปราซึ่งเป็นโชว์ประจำชาติของกัมพูชานอกจากนั้นก็เป็นโชว์ของชาติอื่น ๆ ที่เป็นกลุ่มลูกค้า เช่น จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ไทย โชว์ของ.โรซาน่า บรอดเวย์จะเน้นสวยงามอลังการแต่ห้ามโป๊โดยเด็ดขาดเพราะรัฐบาลต้องการรักษาวัฒนธรรมอันดีของกัมพูชาไว้

ราคาตั๋วสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อรอบราคาประมาณ 35-40 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนชาวกัมพูชาเสียค่าตั๋วประมาณ 4-6 ดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมีนักแสดงชาวกัมพูชารวม 87 คน และมีครูฝึกมือโปรชาวไทอีก 8 คน


8. แหล่งช้อบปิ้งในเขมรตลาดใหม่พซาทะไม (Central Market)


ที่เที่ยวประเทศกัมพูชา 8Central Market1-tile

ตลาดแห่งแรกที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้โดยเด็ดขาด ตลาดใหม่ (พะซาทะไม) สร้างขึ้นเมื่อปี 1937 ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เป็นตึกแบบอาร์ตเดโกซึ่งมีเพดานสูงมาก ร้านค้าส่วนใหญ่ขายสินค้าประเภทเสื้อผ้าและเครื่องใช้ในครัวเรือน แต่สำหรับของที่ระลึก ศิลปหัตถกรรมหรืออัญมณี จะต้องไปที่ตลาดรัสเซียซึ่งเป็นตลาดที่ชาวต่างชาตินิยมมาซื้อของมากที่สุด ชาวรัสเซียที่มาอยู่ในประเทศกัมพูชาเลยเรียกตลาดนี้ว่าตลาดรัสเซีย ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมของเก่าทั้งของแท้และของเลียนแบบ ผ้าไหมของเขมร เครื่องเคลือบจากเวียดนาม ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์เลียนแบบของเก่าซึ่งราคาค่อนข้างถูก ส่วนตลาดกลางคืนก็ต้องที่ไนท์มาร์เก็ต (Night market) ซึ่งตั้งอยู่หน้าตลาดเก่าใกล้แม่น้ำป่าสัก ตลาดแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งเขมรและชาวต่างชาตินิยมมาเดินกันมากมาย มีร้านขายสินค้ามากกว่า 150 ร้าน ขายสินค้าหลากหลายทุกสิ่งอย่างเช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ของที่ระลึก  และบางทีก็ยังมีการจัดฟรีคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมบันเทิงต่างๆเพื่อสร้างความสนุกสนานให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย


9. เที่ยวกัมพูชา ปราสาทนครวัด 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก


สถานที่ท่องเที่ยวกัมพูชา 9Angkor4-tile

ความงดงามและยิ่งใหญ่อลังการของนครวัดนั้นถึงกับมีคำกล่าวว่า “See Angkor and Die” หมายถึง ควรไปชมนครวัดให้ได้ซักครั้งก่อนตาย นครวัดเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกโดยมีขนาดกว่า 200,000 ตารางเมตร ตัวปราสาทสูงถึง 60 เมตร ถือเป็นสถาปัตยกรรมขั้นสุดยอดของขอม มีปราสาทรวม 5 หลังตั้งอยู่บนฐานสูงตามศูนย์กลางจักรวาล กำแพงด้านนอกปราสาทยาวด้านละ 1.5 กิโลเมตร มีคูน้ำล้อมรอบตัวปราสาท การก่อสร้างใช้แรงงานช้างกว่า 40,000 เชือก และแรงงานคนนับแสนขนหินทรายจากเขาพนมกุเลน ชึ่งอยู่ห่าง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาในการสร้างร่วม 100 ปีและใช้ช่างแกะสลัก 5,000 คนซึ่งใช้เวลาแกะสลักอีก 40 ปี ด้านกำแพงชั้นนอกรอบตัวปราสาทซึ่งมีความยาวเกือบ 1 กิโลเมตรนั้นมีการแกะสลักอย่างงดงามตลอดแนวกำแพงเป็นภาพเกี่ยวกับพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และวรรณคดีเรื่อง รามายณะ ทั้งนี้ภาพแกะสลักที่มีชื่อเสียงที่สุดคือภาพเทวดากับอสูรกวนเกษียรสมุทรด้วยเขาพระสุเมรุ นอกจากนี้ยังมีภาพแกะสลักนางอัปสรอีกพันกว่านางโดยที่แต่ละนางท่วงท่าร่ายรำและเครื่องแต่งกายล้วนแต่แตกต่างกัน – เที่ยวกัมพูชา


10. ปราสาทบันทายสรี (Banteay Srei)


สถานที่ท่องเที่ยวเขมร10 Banteay Srei4-tile

เป็นปราสาทหินทรายสีชมพูที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในกัมพูชา สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1510 โดยพราหมณ์ยัชญวราหะ ในสมัยพระเจ้า ชัยวรมันที่ 4  ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้กับแม่น้ำเสียมเรียบในบริเวณ อิศวรปุระ ปราสาทแห่งนี้ก่อสร้าง ด้วยหินทรายสีชมพูซึ่งเป็นหินทรายที่มีคุณภาพดีที่สุด มีความแข็งแกร่งและทนทานเป็นเยี่ยม จึงทำให้ตัวปราสาทและภาพแกะสลักยังคงสภาพที่เกือบสมบูรณ์ ทั้งที่มีอายุนานนับพันปี ลวดลายแกะสลักที่ปราสาทบันทายศรียังคงความคมชัดและงดงามเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเทพธิดาหรือนางอัปสรา ก็เต็มไปด้วยความวิจิตรอ่อนช้อยและมีชีวิตจิตใจ ศิลปะการแกะสลักภาพเป็นแบบนูนต่ำบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับรามเกียรติ์ ตำนานมหาภารตะของอินเดียและเรื่องราวของชาวขอมในพุทธศตวรรษที่ 16 – เที่ยวเขมร


11. ปราสาทตาพรหม


เที่ยวเขมร 11 Taphom4-tile

สร้างในปี พ.ศ.1729 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นหนึ่งในปราสาทยอดนิยมในนครธม นักท่องเที่ยวจะนิยมมาถ่ายรูปรากไม้ยักษ์ที่ปกคลุมรอบตัวปราสาท ยิ่งกว่านั้นหนังดังหลายเรื่องอย่าง ทูมไรเดอร์ เจมส์บอนด์ ฯลฯยังได้มาใช้ปราส่าทแห่งนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำจนโด่งดังไปทั่วโลก ซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศของปราสาทตาพรหมถูก แกะสลักเป็นพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโรกิเตศวรซึ่งเสื่อมสลายจนมองไม่ค่อยชัด ส่วนไฮไลท์ของที่นี่ก็คือความมหัศจรรย์ของรากไม้ขนาดมหึมาที่ขึ้นปกคลุมตัวปราสาทอย่างมากมายเกือบทั่วทั้งตัวปราสาท เหตุที่ปราสาทหลังนี้มีสภาพรกร้างก็เพราะไม่ได้มีการบูรณะ เนื่องจากการท่องเที่ยวกัมพูชาต้องการคงสภาพบรรยากาศแบบนี้ไว้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเห็นว่าปราสาททุกหลังที่ค้นพบล้วนมีสภาพแบบเดียวกับปราสาทหลังนี้แต่ปราสาทหลังอื่นๆได้มีการบูรณะ ซ่อมแซมนักท่องเที่ยวจึงได้เห็นในสภาพงดงามเช่นปัจจุบัน


12. ปราสาทบายน ศูนย์กลางของนครธม


เที่ยวกัมพูชา 12Bayon1-tile

ปราสาทบายน ( Bayon ) เป็นปราสาทหลวงประจำรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างในสมัย พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่และเรืองอำนาจที่สุด พักตร์ เป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในยุคสุดท้ายของอารยะธรรมขอม ก่อสร้างด้วยหินทรายสีขาว ปราสาทแห่งนี้มีความโดดเด่นและแตกต่างจากปราสาทหลังอื่น เพราะยอดปรางค์ของปราสาททั้ง 4 หลัง แกะสลักเป็นพระพักตร์ของพระ โพธิสัตว์อวโรกิเตศวรหันหน้าออกไปทั้ง 4 ทิศ มีจำนวนทั้งหมด 54 ปรางค์ รวมกันมีจำนวนทั้งหมด 216 หน้า  ตามคติโบราณว่าเพื่อดูแลศาสนิกชนของพระองค์ให้ร่มเย็นเป็นสุข    รอยยิ้มบนพระพักตร์เปี่ยมด้วยความเมตตา กรุณาจนเป็นที่ประทับใจต่อผู้พบเห็น   นอกจากนี้ยังมีภาพแกะสลักบนผนังกำแพง บอกเล่าเรื่องราวของเหตุบ้านการเมืองในสมัยนั้น เช่น การสู้รบ การซ้อมรบ ชีวิตความเป็นอยู่ของกษัตริย์และราชวงศ์รวมถึง ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน


13. โตนเลสาบ (Tonle Sap)


เที่ยวประเทศกัมพูชา - 13 Tonle Sap4-tile

ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของทวีปเอเชีย อยู่ห่างจากกรุงพนมเปญประมาณ 100 กิโลเมตร มีแม่น้ำโขงไหลผ่านเป็นระยะทาง 500 กิโลเมตร จากนั้นจะไหลเข้าเวียดนามลงสู่ทะเลจีนใต้ และทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่ของปลาบึกซึ่งเป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในฤดูน้ำหลากทะเลสาบจะมีปริมาณน้ากินพื้นที่กว้างถึง 7,500 ตารางกิโลเมตร และลึกถึง 10 เมตร โตนเลสาบมีพื้นที่คลอบคลุมถึง 5 จังหวัด คือ กำปงธม, กำปงชะนัง , โพธิสัตว์ , พระตะบอง และเสียบ เรียบ โลก ไฮไลท์ของการมาเที่ยวทะเลสาบแห่งนี้คือ การล่องเรือชมพื้นน้าอันกว้างไกล สุดสายตา ชมทัศนียภาพอันงดงามในยามตะวันทอแสงรับเช้าวันใหม่และชมภาพความงามของตะวันยามเย็นที่กำลังจะจมลงสู่ผืนน้า ชาวบ้านที่อยู่ในโตนเลสาบส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเรือนแพ ประกอบอาชีพทำการประมงและมีรายได้จากนักท่องเที่ยวที่มาพักในเรือนแพ ร้านอาหาร และร้านขายของฝากของที่ระลึก